สหรัฐต้องการปิดสถานกงสุลที่ยังเหลือในรัสเซีย

0

รัฐบาลวอชิงตันแจ้งสภาคองเกรส เกี่ยวกับความประสงค์ปิดสำนักงานการทูตในเมืองวลาดิวอสต็อก และเมืองเยคาเทรินเบิร์ก ซึ่งเป็นสถานกงสุลสหรัฐสองแห่งสุดท้าย โดยจะให้เหลือเพียงสถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงมอสโก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยื่นหนังสือต่อสภาคองเกรส แจ้งความจำนงเกี่ยวกับการปิดสถานกงสุลใหญ่ ประจำเมืองวลาดิวอสต็อก ที่อยู่ริมชายฝั่งทางตะวันออกของรัสเซีย “เป็นการถาวร” และการระงับภารกิจของสถานกงสุลใหญ่ ประจำเมืองเยคาเทรินเบิร์ก ตั้งอยู่ทางตะวันตกตอนกลางของรัสเซีย “อย่างไม่มีกำหนด”
 
ทั้งนี้ รัฐบาลวอชิงตันให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ ว่าเพื่อให้ “สอดคล้อง” กับนโยบายของรัฐบาลมอสโก ที่ประกาศเมื่อปี 2560 สั่งลดจำนวนเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานการทูตของสหรัฐทุกแห่งในรัสเซีย ทั้งที่เป็นชาวอเมริกันและชาวรัสเซีย เบื้องต้นจะมีการย้ายเจ้าหน้าที่ชาวอเมริกันจากสถานกงสุลใหญ่ทั้งสองแห่ง ให้มาประจำการยังสถานเอกอัครราชทูตในกรุงมอสโกก่อน ส่วนพนักงานชาวรัสเซียจะถูกเลิกจ้างทั้งหมด โดยจะมีการชดเชยให้ตามกฎหมาย
 
อนึ่ง สถานกงสุลใหญ่รัสเซียในเมืองวลาดิวอสต็อกระงับบริการหลายด้านตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ขนย้ายเอกสาร พร้อมทั้งเครื่องมือสำคัญออกมาแล้วส่วนหนึ่ง ขณะที่รายงานอย่างไม่เป็นทางการระบุว่า ปัจจุบันบุคลากรประจำสถานกงสุลทั้ง 2 แห่ง แบ่งเป็นนักการทูตชาวอเมริกันทั้งสิ้น 10 คน และเจ้าหน้าที่ชาวรัสเซียรวม 33 คน และการยุติภารกิจทั้งหมดของสถานกงสุลใหญ่  ที่เมืองเยคาเทรินเบิร์ก จะช่วยให้รัฐบาลวอชิงตันประหยัดงบประมาณได้อีกปีละ 3.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 95.46 ล้านบาท )

ในอีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวในช่วงหนึ่งของการแถลงประจำปี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ว่าการแข่งขันอาวุธในโลกยุคนี้ “เกิดขึ้นมานานแล้ว และใครก็เห็น” โดยสหรัฐเป็นฝ่ายกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันเอง ด้วยการไม่ต่อสัญญาและถอนตัวออกจากสัญญาด้านความมั่นคงหลายฉบับ ส่งผลให้รัสเซียต้องรับมือด้วยการพัฒนาขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือเสียง

Related Posts